รีวิวหนัง Les Miserables

มนุษย์เรามักค้นหาเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อช่วยทำให้สามารถดำรงชีวิตถัดไปบนโลกที่เรื่องเลวร้ายมักเกิดขึ้นมากกว่า เรื่องดีนี้ได้ ผู้ใดยึดมั่นสิ่งใดพฤติกรรมหรือนิสัยก็จะแสดงออกมาตามสิ่งที่ยึดนั้น บางบุคคลนำศาสนามายึดรั้งและก็นำทาง บางบุคคลยึดมั่นจุดหมายและก็มานะมุ่งไปที่นั้น บางบุคคลยึดมั่นข้อบังคับว่าสิ่งนี้เป็นความถูกต้องชัดเจนเที่ยงตรง บางบุคคลยึดมั่นผลตอบแทนและก็เงินยิ่งมากยิ่งดีโดยไม่พิจารณาว่าจะได้มาด้วย กรรมวิธีการใด บางบุคคลยึดในตัวบุคคลที่จะจำเป็นต้องปกปักษ์ดูแล หรือบางบุคคลยึดมั่นคุณธรรมความประพฤติปฏิบัติที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ร่วมกันไม่มีผู้ใดกล่าวได้ว่าสิ่งที่แต่ละคนยึดมั่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกหรือถูก แต่ละคนล้วนมีทางชีวิตของตนเองมิเตอร์คุณงามความดีความสารเลวของแต่ละคนนั้นก็แตกต่างกัน เหมือนกันกับผู้แสดงทุกตัวใน Les Miserables ที่จะว่าไปก็น่าชื่นชม ด้วยเหตุว่าทุกผู้แสดงยึดมั่นในสิ่งที่เราเองเชื่อและก็ตั้งใจไปให้สุดทางตามทางที่ตนเองได้เลือกแล้ว?

Les Miserables ควบคุมโดย ทอม องค์การอนามัยโลกเปอร์ ผู้ฝากผลงาน The King?s Speech (2010) ที่ได้ รางวัลออสการ์เป็นเครื่องยืนยันความยอดเยี่ยมในความสามารถของเขา เริ่มต้น Les Miserables เป็นวรรณกรรมของคนเขียนชาวประเทศฝรั่งเศส วิกเตอร์ อูหรูหรา ตั้งแต่ปี ค.ศาสตราจารย์ 1862 ก่อนจะถูกดัดแปลงแก้ไขมาเป็นละครบรอดเวย์จนถึงดังไปทั้งโลก!

Les Miserables เล่าราวชีวิตของ ฌอง วัลฌอง (ฮิวจ์ แจ็คแมนผู้ต้องขังที่ถูกขุมครั้งร่วม 20 ปีในข้อกล่าวหาลักขโมยขนมปัง ซึ่งได้รับการปลดปล่อยให้มีอิสรภาพชั่วครั้งคราวโดย ฌาแวร์ (รัซเซลลฺ์วัวรว์) ผู้รักษากฎหมายที่ไม่เชื่อว่าจะมีคนหยาบช้าคนไหนเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนดีได้ ฌองดำเนินชีวิตบนโลกด้านนอกอย่างทุกข์ยาก แต่ว่าด้วยเมตตาของบิชอป ทำให้ ฌอง เลือกที่จะสลับตัวเองได้เสร็จ

ปีถัดมา ฌอง ได้เป็นเมอสิเอ้อร์มาดเลนผู้ครอบครองโรงงานและก็เป็นนายกเทศมนตรีที่ได้รับการนับ หน้าถือตา แต่ว่าเขาจำเป็นต้องปกปิดฐานะที่จริงจริงเหตุจากการหลบซ่อนทานบนฟองทีน(แอน แฮตธาเวย์) หนึ่งในคนงานของเขาได้ถูกไล่ออกจากงานด้วยเหตุผลอันไม่ควร ฟองทีน ขอร้องจากวัลฌองแม้กระนั้นก็มิได้รับการแลเหลียว ชีวิตของคุณต่ำลงเมื่อจะต้องขายตัวแลกเปลี่ยนกับเงินที่จะส่งไปให้บุตรสาว จิตใจรวมทั้งร่างกายของคุณระบมอย่างมาก ก่อนตายคุณได้ฝากฝังบุตรสาวนามวัวเซตต์ไว้ให้กับ ฌอง ซึ่ง ฌองข้อตกลงว่าจะดูแลคุณให้ยอดเยี่ยมเป็นการชดใช้โทษข้อผิดพลาดที่มิได้ช่วยเหลือ คุณ!

นับเป็นเวลาหลายปีถัดมา ฌอง แล้วก็ วัวเซตต์ (อแมนด้า เซย์เฟรดมีชีวิตที่จะต้องรอแอบหนีกาตามล่าของ ฌาแวร์ กระทั่งทั้งคู่จำเป็นต้องไปพันพัวกับสถานะการณ์การเปลี่ยนแปลงประเทศฝรั่งเศส ที่ทำให้วัวเซตต์ได้เจอกับ มารีอุส (เอ็ดดี้ เรดเมย์เน่) หนึ่งในนักปฏิวัติ ทั้งคู่ได้หลงเสน่ห์กัน ฌอง ก็เลยเชื่อใจว่ามีวัวเซตต์มีคนดูแล รวมทั้งทราบว่าถึงเวลาแล้วที่เขากับฌาแวร์จะต้องมาสิ้นเรื่องราวที่ใช้เวลามาอย่าง ช้านาน?

ผู้กำกับ ทอม องค์การอนามัยโลกเปอร์ เลือกที่จะชู Les Miserables ฉบับบรอดเวย์มาสู่จอภาพยนตร์ เดินเรื่องราวทั้งผองด้วยการขับขานเพลงตั้งแต่ต้นไปจนกระทั่งจบ ด้วยวิธีการร้องสดเพื่อดาราถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาให้ได้มาก ที่สุดและก็มากับความตระการตาของฉากต่างๆช่วยเสริมให้ฉบับภาพยนตร์มองยิ่งใหญ่เพิ่มมากขึ้นถ้าคนไหนกันที่ไม่คุ้นเคยกับการเดินเรื่องที่ดาราร้องเพลงเพลงตอบโต้แทนบท เสวนาตามธรรมดาแล้วละก็ นี่จะเป็นประสบการณ์อันแปลกใหม่ ที่ถ้าหากปรับนิสัยได้แล้วละก็คุณจะได้จับใจไปกับเสน่ห์ของเพลงและก็อัศจรรย์ใจในความ สามารถของดาราที่สื่ออารมณ์ออกมาเจริญ อีกทั้งการตะโกนรวมทั้งการแสดง

แต่ละเพลงถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างทรงอำนาจ รายละเอียดของเพลงประทับใจ แม้ว่าจะถูกเอามาแปลเป็นซึมซับภาษาไทยให้ได้อ่าน แม้กระนั้นก็ไม่บางทีอาจปกปิดความงามของภาษาและก็ความหมายที่ยังคงร่วมยุค ที่ชอบพอเป็นพิเศษเห็นจะเป็นตรงตอนท่อนประสานเสียง ที่แต่ละนักแสดงต่างใช้จังหวะดนตรีเดียวกันแต่ว่าร้องด้วยเนื้อร้องที่ไม่เหมือนกัน ทั้งยังคำขอและก็ความหมาย เป็นการสื่อให้มองเห็นถึงมนต์เสน่ห์ที่จังหวะทำนองอย่างแท้จริง!

ฮิวจ์ แจ็คแมน ได้รับหน้าที่หนักเนื่องจากเขาจำเป็นต้องหามหนังไว้เรื่องแต่ว่าเขาก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ก้าวหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนกันกับ แอน แฮทธาเวย์ ถึงแม้บทฟองทีนจะมีไม่มากสักเท่าไรนักแต่ว่าคุณก็สามารถสร้างซีนที่ดีเยี่ยมที่สุดของประเด็นนี้ ขึ้นมาได้อย่างน่ากล่าวสรรเสริญ นอกเหนือจากนี้ถ้าดูในรูปภาพรวมดาราหนังทุกคนในหัวข้อต่างก็แสดงความสามารถอีกทั้งการส่งเสียงร้องและก็การแสดงออกมาได้อย่างน่าประทับใจ รวมทั้งทำให้ด้านการแสดงของ Les Miserables เป็นส่วนที่แข็งแกร่งอีกส่วนหนึ่งส่วนใดเว้นเสียแต่เพลง!

อย่างไรก็แล้วแต่ ตอนที่ผู้ชมกำลังเพลินใจไปกับเพลงอยู่ อารมณ์กลับจำต้องสะดุดหยุดลง เมื่อการตัดต่อมาทำให้ทั้งหมดทุกอย่างที่ทำเป็นดีมาตลอดควรจะมีว่ากล่าว จากความไม่แนบเนียนและไม่ตลอดอยู่บ้างสำหรับในการตัดตอนไปสู่ฉากใหม่ ซึ่งนี่บางทีอาจเป็นจุดบอดที่สำคัญของการนำบรอดเวย์มาสู่ภาพยนตร์ เพราะว่าในระหว่างที่เรื่องราวกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น การตัดสลับไปอีกฉากเพื่อรักษาความเกี่ยวเนื่องก็เลยเป็นสิ่งจำเป็น แต่ว่าเนื่องจากว่าหนังหัวข้อนี้เว้นเสียแต่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราวตามธรรมดาแล้วยังขับ เขยื้อนด้วยจังหวะดนตรีและก็เพลงอีกด้วย การตัดตอนไปสู่อีกฉากโดยเพลงยังไม่จบลงบริบูรณ์ทำให้อารมณ์ของผู้ชมนั้น จำต้องขาดช่วง คล้ายกับขณะกำลังกินอาหารอยู่อย่างอร่อยแต่ถูกเรียกให้หยุดทานซะอย่าง ถ้าอย่างนั้นแม้ว่าจะทำให้ผู้ชมสามารถตามรูปการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ว่ามันก็แลกเปลี่ยนด้วยความซาบซึ้งในเพลงที่มีความคิดว่าพร่องลงไป ยังรวมทั้งการให้กล้องถ่ายภาพถ่ายภาพสีหน้าท่าทางของดาราเพื่อสื่ออารมณ์ของเพลงนาน เกินความจำเป็นจนกระทั่งไม่มีความสนใจที่จะนำจังหวะนี้มาใช้ประโยชน์จากฉากสุดอลังการที่อุตส่าห์สร้าง ขึ้นมาอย่างโชคร้าย!

ทุกผู้แสดงใน Les Miserables ต่างเป็นผู้ที่ถือมั่นในสิ่งที่ตัวเราเองเชื่อแล้วก็ก้าวเดินไปบนทางนั้นอย่าง ไม่ลังเลหรือเปลี่ยน บางบุคคลก็ยึดมั่นในสิ่งที่มาตรวัดด้านสังคมเห็นว่าเป็นความดีเลิศ แน่ๆย่อมมีด้านตรงกันข้ามเป็นความสารเลวด้วย แม้กระนั้นไม่ว่ายังไงหนังก็นำพาผู้ชมไปรับรู้ข้อสรุปในส่วนท้ายหนังมิได้กระทำตัวเป็นบาปกการวินิจฉัยว่าสิ่งที่แต่ละผู้แสดงถือมั่นนั้นสิ่งใด ถูกสิ่งใดไม่ถูก แต่ว่าผู้ชมจะรับทราบได้ด้วยมิเตอร์ของแต่ละคน แต่ว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดรวมทั้งปรากฎในทุกผู้แสดงเป็นความยืนหยัดมั่นคงในทางที่แต่ละผู้แสดงได้เลือกเดิน ที่เมื่อวินิจฉัยเลือกมันและก็อย่าได้หวั่นไหวกับสิ่งที่ตัวเราเองยึดมั่นว่าถูก จำต้อง ถึงแม้ท้ายที่สุดที่หมายเป็นความตายแม้กระนั้นมันก็เป็นความตายที่สง่างาม!

Les Miserables เป็นหนังเพลงเรื่องยิ่งใหญ่ที่หาดูไม่ใช้ว่าจะง่ายเป็นการนำเสน่ห์ของภาพยนตร์แล้วก็เพลงมาประสานรวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ถึงในความยอดเยี่ยมจะมีจุดบกพร่องอยู่บ้าง แต่ว่าขั้นตอนการความเข้มข้นของเรื่องราวและก็กระบวนการเสนอด้วยการส่งเสียงร้องสด ก็มีพลังมากพอที่จะทำให้พวกเราละเลยปัญหาพวกนั้นไปได้บ้าง ยิ่งไปกว่านี้ตัวหนังยังถ่ายทอดรายละเอียดที่ซ่อนเร้นสาระแง่คิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้ กลับไปขบคิดเป็นของกินสมอง รวมทั้งที่น่ายกยอเหนือสิ่งอื่นใดเป็น ตัวบทเขียนของ วิกเตอร์ อูเก๋ ที่ผ่านยุคสมัยมายาวนานเท่าไร แต่ว่าแก่นแท้ของเรื่องมันยังคงร่วมยุคอยู่ไม่ว่าจะตอนนี้หรืออนาคตข้างหน้า!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *