รีวิวหนัง Jack Reacher

ฐานทั้งปวงได้พุ่งเป้าไปที่ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งซึ่งถูกนำตัวมาสอบปากคำ ในระหว่างการไต่สวน ผู้ต้องสงสัยนั้นได้เขียนใจความเพียงแค่ หา แจ็ค รีชเชอร์!? นี่เป็นจุดเริ่มของการตามล่ากล่าวโทษจริงที่แบบเหนือกฏเกณฑ์ การท้าทายชนของ แจ็ค รีชเชอร์ กับ ศัตรูที่ไม่ได้นึกฝัน ด้วยการใช้ความถนัดการต่อสู้แบบตาต่อตาที่ขาดความกรุณาปรานีก็เลยเริ่มขึ้น ภายหลังที่ แจ็ค รีชเชอร์ สืบเข้าไปลึกเท่าใด ก็ยิ่งพบว่า คดีนี้ มันมีลับลมคมใน มากยิ่งกว่ารูปพรรณสัณฐานนาที่มองเห็นเสียอีกด้วยหละสิ

Jack Reacher ได้ผลหน้าที่ดูแลของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ แม็คคัวปรี่ย์ ที่ภายหลังเมื่อปี 2000 เคยเปิดตัวด้วยหนังแนวอาชญากรรมเล็กไปแล้วใน The Way of Gun แถมยังไปเป็นมือเขียนบทให้กับหนังแนวสายเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็น Valkyrie , The Tourist แม้กระทั้งจนถึง The Usual Suspects ด้วย โดยภายหลังไปอยู่ในฐานะมือเขียนบทอยู่ยาวนานหลายปี ในปีนี้ก็ได้ยามที่เขาจะกลับมาดูแลหนังอีกรอบ ในหนังที่ผลิตจากหนังสือนิยายชุด แจ็ค รีชเชอร์ ที่ในตอนที่ในหนังถือเอามาใช้นั้นเป็นชื่อตอนว่า One Shot ที่เขียนโดย ลี ไชลด์ โดยเว้นแต่ ทอม อาจารย์ซ จะแสดงนำเองในหนังหัวข้อนี้ เขายังเป็นพ่อดันโดยการเป็นโปรดิวเซอร์ แล้วก็กำลังเล็งเพศผู้ควบคุม คริสโตเฟอร์ แม็คคัวปรี่ย์ เพื่อมากำกับ Mission Impossible 5 ภายหลังจาก กางรด เบิร์ด ถอนตัวออกไปอีกด้วยหละขอรับ

ซึ่งส่วนตัวผมนั้นเป็นถูกใจหนังแนว สืบสาว เยอะพอสมควร ไม่ว่าจะสอบปากคำด้วยแนวทางอะไรรวมทั้ง ผู้แสดงนำมีอาชีพใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น Se7en , The Usual Suspects หรือแม้กระทั้งThe Lincoln Lawyer ที่หากจะให้ผมเปรียบเทียบ Jack Reacher เป็นหนังที่มีอารมณ์คล้ายกับเรื่องไหนเยอะที่สุด ผมคงจะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าตัวหนังมีความเป็น Drive แล้วก็ใช้กระบวนการต่อตัวต่อคดีที่หนังเปิดมา ได้เหมือนหนังไต่สวนประเด็นต่างที่ผมยกตัวอย่างมาเยอะพอสมควร ฉะนั้นก็น่าจะเป็นกันไปตามกฏระเบียบปฏิบัติ ในเมื่อตัวหนังยังคงใช้ขั้นตอนการสอบปากคำและก็ หักมุม ตามประสาของหนังแนวนี้เดิมตัวหนังก็น่าจะมีการถูกเทียบว่าซ้ำบ้าง ซ้ำๆซากๆบ้าง

แต่ว่าถ้าหากว่าจะให้กล่าวในมุมมองส่วนตัวของผมในฐานะที่ชอบใจหนังแนวสอบปากคำเป็นทุนเดิมก็อาจจะจำต้องขอบอกเลยว่า ถึงตัวหนังจะมีการเดินเรื่อง รวมทั้ง แกะหาหลักฐาน ตามในต้นแบบสูตรเดิมของหนังสอบสวนอยู่เยอะพอควร แต่ว่ามันก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้อีกเช่นเดียวกันว่า ตัวหนัง Jack Reacher ก็สามารถดึงเอาส่วนอื่นๆมาลบล้างกับการเดินเรื่องตามสูตรที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ ได้อย่างสนุก แล้วก็ ทำให้ผู้ชมเอาใจช่วยผู้แสดงได้ ซึ่งสิ่งที่ดูอย่างกับว่า Jack Reacher จะคิดถูกในด้านนึงเป็นการที่นำเอาเรื่องราวของ การไต่สวน ขึ้นหน้ามาให้สะดุดตามากยิ่งกว่า ฉากแอ็คชั่นแล้วก็ปลดปล่อยให้การแกะรูปความต่างๆเป็นตัวเดินเรื่อง โดยจะใส่ฉากแอ็คชั่นเข้ามาเมื่อมีจังหวะเหมาะสม ด้วยสไตล์ฉากแอ็คชั่นของเพศผู้ดูแล ก็นับได้ว่าเป็นอีกส่วนนึงที่น่าดึงดูด กับการที่ตัวหนังมิได้สกอร์บิ้วผู้ชมเข้ามาเลย

แม้กระนั้นปลดปล่อยให้อารมณ์ความดิบ โหดร้าย เท่ห์ ของ ทอม อาจารย์ซ เป็นตัวนำพาอารมณ์ความมันส์ของผู้ชมเสียมากกว่า พร้อมด้วยมีการใส่เรื่องราวของ ความเป็นธรรม แล้วก็ ความบริสุทธิ์เข้ามาให้คล้ายกับ The Lincoln Lawyer ถือได้ว่าอีกหนึ่งน้ำปรุงรสที่น่าดึงดูดมากพอควร ซึ่งหากแม้ความมานะบากบั่นของตัวหนัง ที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวละคร แจ็ค รีชเชอร์ ของ ทอม คุณครูซ ให้คล้ายกับ นักขับรถ ไรอัน กอสลิ่ง ใน Drive จะล้มเหลวหมดรูป ด้วยเหตุว่าตัวหนังมิได้สร้างเสริมมิติ รวมทั้ง รูปความ ที่ทำให้นักแสดงรู้สึกเด่นเท่าเรื่องดังกล่าวข้างต้น ถึงกระนั้นในฉากที่ ทอม คุณครูจำเป็นต้องโชว์พลังติดอยู่แรกเตอร์เพื่อล้างแค้น มันก็ยังมองดูดุเดือดเลือดพล่าน แล้วก็ โก้เก๋ ไปไม่แพ้กันเลยหละ

ด้วยเหตุดังกล่าวโดยรวมแล้ว Jack Reacher บางครั้งอาจจะเดินเรื่องตามสูตรหนังแนวสืบสาวแทบทุกระเบียบปฏิบัติ แม้กระนั้นมันก็มิได้ทำให้ตัวหนังมองสนุกสนานลดน้อยลงเลยสักหน่อย แถมหนำซ้ำติดอยู่แรกเตอร์ แจ็ค รีชเชอร์ ของ ทอม คุณครูซ ก็ยังจัดว่ามองโก้เก๋ รวมทั้ง ทำสำเร็จใน ฉากแอ็คชั่น ที่ทำให้พวกเรารู้สึกเอาใจช่วย และก็ สนุก ไปกับยอดสายลับได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *