รีวิวหนัง Hansel & Gretel : Witch Hunters

หนังปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงจากนิทานเทพนิยายกริมม์ ที่ถูกนำเอามาดัดแปลงเป็นหนังแนวแอ็คชั่นแปลความใหม่ ที่ตามจริงแล้วตัวหนังมีระบุฉายกันตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แม้กระนั้นเนื่องแต่ปัญหาที่จำต้องนับกลับไปถ่ายทำซ่อมแซม รวมทั้งแก้ฉากมากใหม่ ตัวหนังเลยในที่สุดแล้วได้ฉายในสิ้นเดือนม.ค. ของปีนี้ แทน แถมยังในระบบ 3D ด้วย

การกลับมาอีกทีที่จะทำให้ท่านได้รับทราบเรื่องราวอันเป็นไปใน 15 ปี ให้ข้างหลังของสองลูกพี่ลูกน้องฮันเซล และก็ เกเทล ภายหลังหลายปีก่อนหน้านี้ เขาทั้งสองเอาชีวิตรอดออกมาจากบ้านขนมปังที่แทบถูกแม่มดใจจืดใจดำ ปิ้งพวกเขาใหม่ๆมาได้ และก็กำจัดนางกำนัลเตาอบขนมปังในบ้านนั้น จนกระทั่งวันนี้ ความแค้นของทั้งสองยังเรือนจำอบอวล สองญาติพี่น้องกับแม่มดเป็น อะไรที่ไม่ถูกกันพวกเขาแปลงเป็นนักล่าแม่มดตัวยงของเมือง ซึ่งถัดมาไม่นาน หน้าที่ของทั้งคู่ได้ถูกทดลองครั้งใหญ่กับแม่มดตน ใหม่ ที่พร้อมจะเอาชีวิตเด็กคนบริสุทธิ์ชูเมืองในพิธีการของเธอ ทำให้ทั้งสองจะต้องยั้งเหตุความทารุณโหดร้ายคราวนี้ของนางให้ได้ ก่อนที่จะเด็กบริสุทธิ์จะหายไป

Hansel and Gretel : Witch Hunters ได้ผลหน้าที่ดูแลของผู้กำกับการชาวประเทศนอร์เวย์อย่างทอมมี่ เวอร์วัวล่า ที่สร้างชื่อของตนด้วยกระบวนการทำหนังคัลต์ ที่นาซี ซอบี้ สุดดุร้ายอย่าง Dead Snow จนถึงไปเข้าตาขาหนังแนวนี้กันหลายต่อผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยแล้ว โดยในผลงานหนังใหญ่เรื่องแรกของเขาอย่างประเด็นนี้ เขาก็ยังคงไม่ทิ้งลายความดิบไม่มีอารยธรรม แล้วก็ ลูกบ้า กระทั่งทำให้ตัวหนังได้เรท ไปแบบไม่ต้องสงสัย โดยภายหลังจากในปีที่ผ่านมาพวกเราเคยมีหนังที่ผลิตจากนิทานแฟนตาซี แล้วก็เอามาแปลความใหม่หลากเรื่อง ไม่ว่าจะว่าเป็น Snow White and the Huntsmanหรือแม้กระทั้งอีกหลายเรื่องที่กำลังจะตามมา ซึ่งจากที่ส่วนตัวผมได้ทดลองอ่านเรื่องราวย่อของหนังพวกนั้นดูแล้ว ก็ดูอย่างกับว่าจะมีแม้กระนั้น Hansel and Gretel : Witch Hunters นี่แหละ ที่ตัวเรื่องดูเหมือนจะเขียนต่อจากเทพนิยายพวกนั้นได้อย่างน่าดึงดูดดี

ซึ่งถ้าหากว่าคนไหนกันแน่เคยอ่านเทพนิยายหัวข้อนี้ก็คงสงสัยเยอะแยะ ว่าภายหลังญาติพี่น้อง ฮันเซแล้วก็ เกเทล ได้ฆ่าแม่มดแล้ว อะไรเกิดขึ้นจากนั้น แล้วก็ผู้กำกับการ เวอร์วัวล่า ก็ได้นำมันมาแปลความหมายใหม่ด้วยสไตล์ความแนว และก็ อารมณ์ทุนแบบคัลต์กันเป็นที่เป็นระเบียบ แต่ว่าก็ดูเหมือนจะเกิดเรื่องที่โชคร้าย ที่เมื่อด้านของ ความเพลิดเพลิน ของตัวหนังกลับมิได้แม้กระทั้งครึ่งนึงของความริเริ่มคิดสร้างสรรค์ที่ผู้กำกับทำมา โดยส่วนนึงคงจะหนีไม่พ้นการเล่าเรื่องด้วยจังหวะแปลกจนถึงมีอารมณ์ดุจว่าผู้ชมกำลังกดปุ่ม Fast Forward แล้วก็หยุด รวมทั้งกดใหม่ๆเรื่อยตลอดระยะเวลา 88นาที จนกระทั่งทำให้ฉากแอ็คชั่น รวมทั้ง ไคล์แมกซ์ ที่ดูเหมือนจะสนุกสนาน และก็ สนุกมากยิ่งกว่านี้

จำเป็นต้องแปลงเป็นฉากที่ผู้ชมกำลังกด Fast Forward ต้นแบบ 20x จนถึงความสนุกสนานร่าเริงหายไปในขณะที่ยังไม่ทันได้หายใจออกเลยนิดหน่อย เหมือนกันกับตัวเรื่องของหนัง ที่เต็มไปด้วยจังหวะ ตะปุ่มตะป่ำ แล้วก็ น่าระอา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากอยู่กับที่นึกถึงสมัยก่อน และก็ ปม ของคู่ญาติพี่น้อง ที่นำเอาความแปลกในตัวติดอยู่แรกเตอร์มาเล่นในทีแรกๆ พร้อมด้วยเรื่องราวการหักตัวเรื่อง แล้วก็ ใจความสำคัญด้านของจรรยาบรรณเล็กที่ในตอนแรกดูเหมือนตัวหนังจะพาเรื่องพวกนั้นไปไกลกว่าที่มองเห็น ในขณะที่จริงแล้วตัวหนังกลับทิ้งเอาระหว่างทางทั้งปวง แต่ว่าก็ยังจะอุตสาหะใส่หลักสำคัญใหม่ๆที่ไม่มีวาระสุดท้ายของสิ่งพวกนั้นเข้ามาเรื่อยกระทั่งตั้งข้อซักถามอีกเยอะแยะให้กับผู้ชม ที่สามารถเรียกได้เลยว่า อาวุธเยี่ยมและก็ ลูกบ้า ที่เต็มไปด้วยเลือดในฉากแอ็คชั่นยังไม่อาจจะช่วยดึงหนังออกมาจากความหมดหวังได้ โดยสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นลักษณะเด่นในหนัง

คงมีแม้กระนั้นการแสดง แล้วก็ ลูกเล่น 3D ที่ในด้านการนำเอา เจเรมี่ เรนเนอร์ และก็ เจมม่าอาร์เทนตั้น มาเข้าคู่กัน คำตอบที่ออกมาโดยรวมจัดว่าดีเกินคาด กับการที่นำเอา ชายหนุ่มวัย 40กว่า มาเข้ากันกับสาวที่อายุยังไม่เหยียบเลข ส่วนนึงอาจจะเพราะว่าการเข้ากัน แล้วก็ เคมี่ ที่ถูกกันของ แสดง ที่มั่งมีเสน่ห์แม้กระนั้นไม่ชิงดีกัน หากแม้จะมีหลายฉากที่พวกเรารู้สึกได้ว่า คนนี้มันข้ามขั้นความเป็นญาติกันไปและตาม เหมือนกับในระบบ 3D ที่คงจะสนองตอบสำหรับคนใดกันแน่ที่อยากได้ข้าวของพุ่งเข้าหน้าเข้าตา ที่มาเป็นช่วงๆไม่ให้หลับไปก่อนได้ ซึ่งรอบที่ผมได้มองก็เป็นในระบบ 4DX ด้วย ซึ่งก็สามารถเพิ่มอรรถรสในฉากผวา และก็ แอ็คชั่น ได้ในระดับนึง หากแม้จะแอบโยกมั่ว รวมทั้งยังโชว์เอฟเฟกต์น้อยไปนิด หากว่านำเอาไปเทียบกับ Fright Night ที่ได้มองในระบบ4DX เหมือนกันเมื่อปีที่ผ่านมา

ซึ่งโดยสรุปแล้วผมมีความคิดว่า Hansel and Gretel จัดได้ว่าเป็นหนังที่ออกจะน่าผิดหวัง เนื่องจากหนังมีวัตถุดิบดีอย่าง ตัวบทที่ประดิษฐ์ ลูกบ้า และก็ เหล่าแม่มดที่รีเอ็ทกันมาน่าพึงพอใจ แม้กระนั้นไหงพอเพียงผลลัพธุ์ออกมาจริงๆกลับเลอะเทอะ เหมือนกับสมองที่ราดกระจัดกระจายของ คนรวมทั้ง แม่มด ที่มาเป็นช่วงๆในตัวหนังด้วยนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *